บทที่ 3 บทไม่มีชื่อ

" กูมีนัดกับไลลาตอนทุ่ม อาจารย์วรรณามีอะไรสำคัญป่าววะ "ผมยกนาฬิกาเรือนหรูขึ้นมาดู ความหายที่ผมถามไปคือถ้าอาจารย์วรรณาไม่มีอะไรคลาสนี้ผมจะไม่เข้าเรียนครับ

"ไม่มี "พิชญ์กับเตชินตอบพร้อมกัน เห็นแบบนี้พวกผมเป็นแค่นักศึกษากันนะครับ อ่าวทำไมมองผมแปลกๆ แบบนั้นล่ะ ก็ผมพึ่งจะอายุยี่สิบเองนะครับ ตอนนี้เรียนอยู่ปีสามคณะบริหาร อ่อลืมบอกครับสองคนนี้เป็นเพื่อนกึ่งบอดี้การ์ดละครับประมาณนั้น พ่อผมทำธุรกิจหลักหมื่นล้านยูโรครับไม่ใช่บาท ส่วนตัวผมเองก็มีกิจการของผมเอง หาเงินจากไหนมาทำน่ะเหรอครับก็จากเงินค่าขนมที่พ่อผมให้ทุกเดือน ที่ผมอยู่เมืองไทยเพราะคุณย่าเป็นคนไทยครับ คุณปู่ผมท่านเสียตอนที่ผมอายุเจ็ดขวบคุณย่าไม่อยากกลับไปอยู่ที่สเปนอีก คุณพ่อผมเลยให้ผมมาอยู่เป็นเพื่อนท่าน แค่นี้พอก่อนนะครับประวัติคร่าวๆ ของผมน่ะ หรือพวกคุณอยากรู้อะไร หึ ถึงรู้ผมก็ไม่บอกหรอก หรือพวกคุณกล้ากันล่ะ

"ดี... เก็บห้องวีไอพีไว้ กูมีเรื่องต้องคุยกับไอ้มินทร์มัน...เป็นการส่วนตัว" ผมบอกเสียงเหี้ยมลอยๆ ว่าแต่ร้านอาหารที่ผมมานั่งนี่ดีนะครับ อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยชื่อดังที่พวกผมเรียนอยู่ มีห้างสรรพสินค้าที่คนธรรมดาไม่ค่อยอยากจะเดินเท่าไหร่เพราะแพงหูฉี่ สนามกอล์ฟ ยิมหรู เอาง่ายๆ ถ้าไม่รวยหลักสิบล้านคงมาเรียนที่นี่ลำบาก เพราะที่นี่เรียนแบบอินเตอร์ครับตึกเรียนทันสมัย ทุกอย่างอำนวยความสะดวกขนาดโรงอาหาร ยังเป็นเซนเตอร์ของร้านอาหารชื่อดังสารพัดมาเปิด มีเสื้อผ้ายี่ห้อหรู กระเป๋ารองเท้าแบรนด์ดังแห่กันเข้ามาเปิด เพราะรู้ดีว่านักศึกษาที่นี่รวยกว่าคนปรกติหลายเท่านัก โอกาสที่จะได้ขายของเหล่านี้มีเยอะมากกว่าปรกติทั่วไป

"ไอ้พิชญ์ เดี๋ยวเอาเอกสารบัญชีของทุกที่มาให้กูด้วยกูจะตรวจ แล้วไอ้เตมึงอีกคน กูบอกว่า ถ้าป๊ากูโทรมาให้บอกไปว่ากูเรียนอยู่ ห่าเสือกบอกไปได้ว่ากำลังเอาอยู่"ไอ้เตหัวเราะก๊ากทันที พวกเราหลักจากรองท้องกันอิ่มหนำพอสมควรแล้วก็ออกมาที่ร้านอาหารฆ่าเวลาเพื่อรออยู่เรื่องเดียวละครับ คือรอลูกน้องมารายงานว่าเจอไอ้มินทร์มันอยู่ที่ไหน

"จะให้กูโกหกนายท่านเหรอวะ แค่อ้าปากกูว่านายท่านก็รู้แล้วเหอะว่ามึงทำอะไรอยู่ ไม่งั้นเขาจะเป็นนายท่านของมึงได้เหรอวะไอ้คิง"ไอ้เตบอกขำๆ ผมถีบขาของมันแรงๆ “

คนอย่างมึงเนี่ยนะไม่กล้าโกหก กูว่าท้องฟ้าเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นน้ำตาลแล้ว”ผมแซะมันแรงๆ

"หึหึ สรุปเรื่องน้องคิสจะเอาไงวะ พวกกูจะได้เตรียมงาน"ไอ้เตเอาจริงเรื่องานขึ้นมาทันที ผมส่ายหน้าไปมา

"ไม่ต้องทำ กูจัดการเอง " ไม่ทันขาดคำเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง เขาขบกรามแน่น ดวงตาเริ่มเย็นเยียบขึ้นมาอีก ไอ้พิชญ์ที่ปรกติแล้วปากหมาปากมากไปตามเรื่องกลับหุบปากสนิท สีหน้าจริงจังขึ้นมาทันทีที่เห็นสายตาของผม ไอ้เตก็ไม่ต่างครับ มันจ้องหน้าผมนิ่งคล้ายรอฟังคำสั่ง

"..............."

"บอกแล้วใช่มั๊ยว่าควรทำตัวยังไง"

"..................."

"ไลลา ...."

ไอ้สองคนเงียบกริบทันที รู้กันเองว่ากึ่งเจ้านายกึ่งเพื่อนของตนเองถึงขีดสุดของความอดทนแล้ว แต่เรื่องคงไม่จบแบบง่ายๆ เพราะฝั่งตรงข้ามเป็นถึงลูกของเพื่อนมาดาม ซึ่งทุกคนรับทราบกันโดยทั่วกันว่าใหญ่กว่านายท่านเสียอีก ผมโกรธจนหน้ามืด ปาโทรศัพท์ไปยังผนังกระจกใสด้านข้าง จนกระจกร้านแตกละเอียด ภายในร้านเงียบกริบจนกระทั่งได้ยินแค่เสียงลมหายใจ คนในร้านดูหวาดกลัวบางคนที่นั่งห่างกันถึงกับขยับตัวเข้าชิดกันทันที ไม่มีใครกล้าสบตาหรหือมองมาทางกลุ่มที่ผมนั่งเลยสักคน

"จ่ายค่าเสียหายด้วย กูจะไปเคลียร์กับมัน แม่งหงุดหงิดชิบหาย "ผมเอ่ยเสียงเรียบน้ำเสียงเย็นเยือก ก่อนจะยืดตัวเต็มความสูงร้อยเก้าสิบห้าเซ็นต์ ร่างกายผมส่วนมากได้รับมาจากฝั่งของพ่อครับ เลยดูเหมือนถึกและบึกบึน (ใช่เหรอแกมันไม่ใช่ดูเหมือนนะได้ข่าวว่า) เพื่อนผมอีกสองคนลุกไปคุยกับเจ้าของร้านและเอาบัตรเครดิตยื่นให้ ผมก้าวเท้ายาวๆ จะออกนอกร้าน เสื้อนักศึกษาสีขาวแขนยาวที่ผมพับแขนขึ้นมาเลยศอก ชายเสื้อออกมานอกกางเกงยีนส์สีซีดเริ่มเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ร้อนสัสอะครับแดดประเทศไทยเฮ้อ คนในร้านมองมาที่ผมทุกคนเหมือนผมเป็นตัวประหลาด พอผมจ้องกลับก็หลบหน้าหลบตายิ่งทำให้ผมหงุดหงิดเข้าไปอีก ชอบจริงชอบจังเลยนะครับเสือกเรื่องชาวบ้านเขาเนี่ย ผมกวาดสายตาดุๆไปมอง ทุกคนไม่เลยกล้ามองมาตรงๆ ต่างก็หลบสายตาทำเป็นมองนั่นมองนี่ บางคนถึงขั้นเพ่งมองรอยแยกของผนังก็มีครับ

"ยกขานะ ยกขาเดี๋ยวนี้ ฮือๆ ๆ บอกให้ยกออกมาไง " เสียงแง๊วๆดังแว่วเข้าหูผม ไหนวะจากทางไหน ผมหันซ้ายหันขวาก็ไม่เห็นมีใคร หรือเป็นเสียงกุมารที่เจ้าของร้านเลี้ยงเอาไว้เกือบจะขนลุกแล้วครับ แต่พอผมก้มลงเท่านั้นแหละ

"หืออออ" ผมก้มลงมองหัวกลมๆผมสีดำออกน้ำตาลเข้ม มือทั้งสองข้างพยายามจะยกรองเท้าผมออก ผมออกจะงงๆหน่อยๆครับว่าทำไมถึงมีคนมานั่งอยู่ตรงปลายเท้าของผม เพื่อนทั้งสองคนพอเห็นแบบนี้ก็รีบเดินมาหา เพราะกลัวผมจับเด็กตัวเล็กๆทุ่มลงพื้น กลัวจะเป็นข่าวออกมาให้เสียหาย ว่านักศึกษารูปหล่อพ่อรวยกำลังทำร้ายเด็กอะไรประมาณนี้แหละครับ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป